วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ประวัตินายขนมต้ม


ประวัตินายขนมต้ม

นายขนมต้ม เกิดวันอังคาร เดือนยี่ ปีมะเมีย พ.ส. ๒๒๙๓ ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ครั้งกรุงศรีอยุธยา ที่บ้านกุ่ม (ปัจจุบันคือ ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) บิดาชื่อนายเกิด มารดาชื่อนางอี่ มีพี่น้อง ๒ คนคือ
๑.นางเอื้อย ถูกพม่าฆ่าตายเมื่อเล็กๆ
๒.นายขนมต้ม

นายขนมต้มต้องอยู่วัดตั้งแต่เล็กๆ อายุประมาณ ๑๐ ขวบ พ่อแม่ถูกพม่าฆ่าตายหมด และเริ่มฝึกวิชามวยไทย ตั้งแต่เริ่มแตกหนุ่ม จนในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ กรุงศรีอยุธยาต้องเสียแก่พม่า จึงถูกกวาดต้อนไปเมืองพม่า

นายขนมต้มได้สร้างชื่อเสียงให้กับกรุงศรีอยุธยาและชาติไทย โดยอาศัยความสามารถในเชิงหมัดมวย ดังข้อความตอนหนึ่งว่า...

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เรามีนักมวยไทย คือ นายขนมต้ม ออกไปแสดงฝีไม้ลายมือถึงเมืองพม่า การชกมวยของนายขนมต้มนั้น ทางวงการมวยของเราได้ถือเป็น"วันนักมวย" คือ วันที่ ๑๗ มีนาคม ในพงศาวดารกล่าวว่า เมื่อพระเจ้าอังวะโปรดให้ปฏิสังขรณ์และก่อเสริมพระเจดีย์เกศธาตุในเมืองร่างกุ้งเป็นการใหญ่นั้น ครั้นงานสำเร็จลงในปี พ.ศ.๒๓๑๗ พอถึงวันฤกษ์งามยามดี คือวันที่ ๑๗ มีนาคม จึงโปรดให้ทำพิธียกฉัตรใหญ่ขึ้นไว้บนยอดเป็นปฐมฤกษ์ แล้วได้ทรงเปิดงานมหกรรมฉลองอย่างมโหฬาร

ขุนนางพม่ากราบทูลว่า "นักมวยไทยมีฝีมือดียิ่งนัก" พระเจ้าอังวะจึงตรัสสั่งให้เอาตัว นายขนมต้มนักมวยดีมีฝีมือตั้งแต่ครั้งกรุงเก่ามาถวาย พระเจ้าอังวะได้ให้จัดมวยพม่าเข้ามาเปรียบ (ชก) กับนายขนมต้ม โดยจัดให้ชกต่อหน้าพระที่นั่ง ปรากฏว่านายขนมต้มชกพม่าไม่ทันถึงยกก็แพ้ถึงเก้าคนสิบคนก็สู้ไม่ได้ พระเจ้าอังวะทอดพระเนตรยกพระหัตถ์ตบพระอุระตรัสสรรเสริญนายขนมต้มว่า "ไทยมีพิษทั่วตัว แม้แต่มือเปล่าไม่มีอาวุธเลย สู้ได้คนเดียวชนะถึงเก้าคนสิบคน" ฉะนั้นวันมีชัยของนายขนมต้ม คือวันที่ ๑๗ มีนาคม จึงถือเป็นวันเกียรติประวัติของนักมวยไทย

สำหรับชาวพระนครศรีอยุธยา ได้สำนึกในบุญคุณของนายขนมต้มและถือเป็นเกียรติศักดิ์คนดีศรีอยุธยา จึงได้พร้อมใจกันสร้าง"อนุสาวรีย์นายขนมต้ม" ไว้ที่บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นอนุสติเตือนใจและให้ลูกหลานไทยยึดถือเป็นแบบอย่างสืบไป.

อ้างอิง
http://www.nightsiam.com/forum/index.php?topic=1109.0

16 ความคิดเห็น:

  1. " ปรากฏว่านายขนมต้มชกพม่าไม่ทันถึงยกก็แพ้ถึงเก้าคนสิบคน"

    งง ครับ !

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. งงเพราะว่าไม่เข้าใจหรือไม่รู้

      ลบ
  2. โง่ จุง ก็ พม่าแพ้ 9 - 10 คนไง แต่คำพูดมันเป็นทางการ หรือ โบราณ ไปหน่อยเลยกลายเป็นว่า


    นายขนมต้มชกพม่าไม่ทันถึงยกก็แพ้ถึงเก้าคนสิบคน

    ตอบลบ
  3. ก็แปลให้เค้าเข้าใจง่ายๆดิ อธิบายแบบโง่จุงเบย

    " ปรากฏว่านายขนมต้มชกพม่าไม่ทันถึงยกก็แพ้ถึงเก้าคนสิบคน"
    ก็แปลว่า นายขนมต้มชกไม่ทันถึง 3 นาที พม่าก็แพ้ 9-10 คน
    หรืออาจจะหมายถึงว่า ชกยังไม่ทันหมด 5 ยก พม่าก็แพ้ 9-10 คน

    ตอบลบ
  4. เเพ้ ในภาษาโบราณเเปลว่า ชนะ
    ส่วนพ่าย เเปลว่าเเพ้ค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถูก ต้อง นะ ครับ ภาษาไทยสมัยก่อน คำว่า"แพ้"แปล ว่า"ชนะ" ส่วนคำว่า"พ่าย" แปลว่า"แพ้ (ภาษาปัจจุบัน) ถ้าคอมเม้นด้านบนไม่เข้าใจกลับไปเรียนภาษาไทยกับ สังคมใหม่นะ ^o^ น้อง Sasikoon เก่ง มาก ^O^ ชื่นชมที่น้องช่างสังเกตุนะ

      ลบ
  5. 3 นาที มันก้อคือ 1 ยก คุณนี่โง่ จุง เบย เรียนภาษาไทยมาป่ะ

    ตอบลบ
  6. มาถึงเจอดราม่าเบยย

    ตอบลบ
  7. กุละเซง ที่มี จุงกะเบยเนี้ย โครตเกลี่ยด

    ตอบลบ
  8. น่าจะเป็นแบบนี้หรือป่าว มวยพม่า เก่าคนสิบคน คือมาทีละคน แล้วแต่ละคนสิบคนชกไม่ถึงสามนาทีก็โดนสอยหมดภาษาไทยยังไม่ไปใหนยังเอาอย่างอื่นมาปะปน เสียใจแทนบรรพบุรุษย์

    ตอบลบ
  9. ห่า เก่งนักมัยไม่สร้างขึ้นละ เขาเอามาให้อ่านเเล้วไปตำหนิเขาเก่งมััยไม่เอามาทำเองล่ะ

    ตอบลบ
  10. เเม้ ทำยังกับ รู้ดีนี้

    ตอบลบ
  11. ใช่ๆ ไม่เห็นจะ งง" ตรงไหนเลย เขาก็ทำมาดีแล้วยังไปตำนิเขาอีก พวกคุณพากันเข้าใจยากเอง :( !!! โถ่

    ตอบลบ
  12. "ปรากฏว่านายขนมต้มชกพม่าไม่ทันถึงยกก็แพ้ถึงเก้าคนสิบคน"
    แปลว่า นายขนมต้มชกไม่ทันถึงยกพม่าก็แพ้ และแพ้แบบนี้ถึงเก้าคนสิบคนด้วยกัน
    หรือ imply ว่า ทุกคนที่ชกกับนายขนมต้ม จะโดนนายขนมต้มน๊อคโดยที่ยังไม่จบยกแรกถึงเก้าคนสิบคน ครับ

    ตอบลบ
  13. นี่เเหละ คนไหย ทะเลาะ กันเองตั้งเเต่เสียกรุง ยัน2557

    ตอบลบ